|
|||
การเปิดสำนักงานบัญชี ก็เหมือนการเปิดบริษัททั่วไป ต่างกันที่ผู้เป็นเจ้าของต้องมีความรู้ในเรื่องบัญชี ไม่เหมือนบริษัทอาจไม่ต้องมีความรู้ก็ได้ เพียงแต่จ้างพนักงานมาเป็นผู้ทำให้ และเมื่อถึงเวลาที่ต้องยื่นภาษีก็สามารถจ้างให้สำนักงานบัญชีเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบให้ โดยเป็นผู้เซ็นให้ยื่นต่อกรมสรรพากร การเปิดสำนักงานบัญชี มีหลักเกณฑ์ดังนี้ ธุรกิจการเปิดสำนักงานบัญชี เป็นธุรกิจที่น่าจะมีอนาคต และมีแนวโน้มที่สดใส เพราะธุรกิจที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลทุกแห่ง ที่ถูกต้องตามกฎหมายมีหน้าที่จัดทำบัญชี เพื่อเสียภาษี การจัดการยุคใหม่ยังให้ความสำคัญในเรื่องของบัญชีเพื่อการจัดการนำข้อมูลทางบัญชีมาวิเคราะห์และพัฒนาธุรกิจ ประกอบกับการจ้างบริการจากภายนอก (Outsourcing) ทำให้ธุรกิจสำนักงานบัญชียิ่งมีอนาคต คุณสมบัติของผู้ประกอบธุรกิจสำนักงานบัญชี ควรจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางด้านบัญชี เป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตต่อวิชาชีพอย่างเคร่งครัด และสิ่งที่สำนักงานบัญชีจำเป็นต้องมีก็คือ “ผู้ทำบัญชี” ที่สามารถลงนามในแบบนำส่งงบการเงินประจำปีต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า รูปแบบการเปิดสำนักงานบัญชี การเปิดธุรกิจเพื่อเป็นสำนักงานบัญชี สามารถทำได้หลายแบบ ทั้งบุคคลคนเดียวเป็นเจ้าของ ดำเนินการโดยร่วมทุนกับบุคคลอื่น หรือทำเป็นหมู่คณะ การตัดสินใจเลือกธุรกิจในรูปแบบใด ขึ้นอยู่วัตถุประสงค์ของเจ้าของกิจการ หากต้องการเพียงกิจการเล็ก ๆ ก็เลือกรูปแบบของบุคคลธรรมดา ถ้าต้องการให้กิจการค่อยเป็นค่อยไป และต้องการแยกภาษีออกจากส่วนตัวก็ควรตั้งเป็นคณะบุคคล หรือถ้าต้องการให้กิจการดูน่าเชื่อถือ เพราะวางแผนไว้ว่าจะเติบโตในอนาคต ก็อาจจะเปิดในรูปแบบของห้างหุ้นส่วนหรือ บริษัท จำกัด รายละเอียดการทำธุรกิจสำนักงานบัญชี สามารถหาข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือจากเว็บไซต์ โดยเฉพาะต้องมีผู้ทำบัญชี อย่างไรก็ตามผู้ที่ทำธุรกิจสำนักงานบัญชี จะต้องมีความรู้ความเข้าใจด้วย
โดยทีมงาน AMTaudit & AMTsolution
(Audit & Assurance Services) |
|||